ชื่อ :   รหัสผ่าน :     จำชื่อและรหัสผ่าน สมัครสมาชิกใหม่ ลืมรหัสผ่าน
ช่วยเหลือ RSS
สมาชิกล่าสุด
วายุสิทธิ์ หวังจริยธรรม
ชื่อเล่น - วายุ
พิมลพร คำดี
ชื่อเล่น - พิมพ์
อรวรรณ บุญเพ็ง
ชื่อเล่น - สมหญิง
สมพร นิลแก้ง
ชื่อเล่น - ครูหน่อย
มู่ฮัมหมัด หมาดอี
ชื่อเล่น - อัสรี
Nutcha Phuphangoen
ชื่อเล่น - Tangmo
สุรีรัตน์ ทองอินทร์
ชื่อเล่น - อ้อม
อรัญญ์ ปัฏฐา
ชื่อเล่น - แพน
อรวรรณ แสงสว่าง
ชื่อเล่น - ขวัญ
mintra wongkad
ชื่อเล่น - matin
Blogs Article Update!!
เว็บไซต์ในเครือข่าย
แลกลิงค์
: HTML Code :
: BB Code :

ค้นหาบทความ :
บทความ
การสอบธรรมสนามหลวง คืออะไร
วันที่ 10 ธันวาคม 2553 15:22:01

   

  

 

การสอบธรรมสนามหลวงนั้นเป็นที่ดีมาก ๆ ค่ะ ดิฉันได้ทำการสอบธรรมสนามหลวงมาแล้วค่ะ ทั้งชั้นตรี ชั้นโท ส่วนชั้นเอกสอบแล้วเช่นกันค่ะ แต่รอประกาศผลว่าสอบผ่านหรือไม่ การสอบธรรมสนามหลวงจะจัดขึ้นประมาณเดือนพฤศจิกายนค่ะ ซึ่งโรงเรียนธัมมสิริศึกษาสัตหีบคือโรงเรียนที่ดิฉันเรียนอยู่ เป็นโรงเรียนที่มีการให้นักเรียนมัธยม1-3 สอบธรรมสนามหลวง โดยโรงเรียนเป็

นสนามสอบ แต่ในความเป็นจริงแล้วพระสงฆ์หรือบุคคลอื่นจะต้องไปสอบที่วัดกลางของแต่ล่ะจังหวัดเท่านั้น กรณีโรงเรียนธัมมสิริศึกษาสัตหีบเป็นโรงเรียนวิธีพุทธจึงได้ขอทางแม่กองธรรมสนามหลวงเพื่อให้โรงเรียนเป็นสนามสอบ เฉพาะนักเรียนธัมมสิริเท่านั้นที่สอบที่โรงเรียนค่ะ แต่สมัยนี้ไม่ค่อยนิยมสอบกันเท่าไรนัก

       การสอบสนามหลวง คือการสอบไล่วัดความรู้พระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ไทย โดยคำว่า "สนามหลวง" นั้นสันนิษฐานว่ามาจากคำว่า "การสอบพระปริยัติธรรมบาลีในพระราชวังหลวง" โดยการสอบสนามหลวงในสมัยก่อนนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงรับเป็นพระราชภาระ ถวายความอุปถัมภ์การจัดสอบขึ้นในพระบรมมหาราชวัง โดยจัดสอบแบบปากเปล่า คือพระภิกษุหรือสามเณรผู้ศึกษาบาลีมีความรู้พอสมควรแล้ว เข้าสอบบาลีสนามหลวงโดยการแปลคัมภีร์ภาษาบาลีเป็นภาษาไทย หรือแต่งภาษาไทยเป็นภาษาบาลี ต่อหน้าพระที่นั่งและคณะกรรมการพระเถรานุเถระ โดยผู้สอบไล่ได้ในชั้นประโยคต่างๆ จะได้รับการพระราชทานสมณศักดิ์พัดยศไตรจีวร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระภิกษุสามเณรผู้สอบได้ให้เป็นเปรียญ และรับนิตยภัตของหลวง เป็นการยกย่องเชิดชู

 

ประวัติความเป็นมาการสอบสนามหลวง

การสอบบาลีสนามหลวงนั้นมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสอบในทำนองเดียวกับสมัยกรุงศรีอยุธยา คือ 3 ปีมีการสอบครั้งหนึ่ง เป็นการสอบแบบปากเปล่า มีพระเถราจารย์ผู้ทรงภูมิความรู้เป็นกรรมการสอบ

 

 
การสอบไล่ปากเปล่าในอดีต
 

วิธีการสอบไล่ในอดีตคือผู้เข้าสอบเข้าไปแปลคัมภีร์อรรถกถาต่อหน้าพระเถราจารย์ และพระเถราจารย์จะซักถามผู้เข้าสอบไล่ จึงเป็นที่มาของคำว่า ไล่ความรู้ หรือ สอบไล่

วิชาที่สอบแต่ละประโยคนั้นก็จะกำหนดพระสูตรต่างๆ สำหรับแต่ละประโยค เริ่มตั้งแต่ประโยค 1 ไปจนถึง ประโยค 9 โดยการสอบนั้น จะมีการสอบตั้งแต่ประโยค 1 ขึ้นไป ถ้าสอบประโยค 1 - 2 ได้ แต่สอบประโยค 3 ไม่ได้ ก็ต้องไปเริ่มสอบประโยค 1 ใหม่ เว้นแต่เมื่อสอบได้ประโยค 3 แล้ว ก็สามารถสอบไล่ไปทีละประโยคหรือหลายประโยคก็ได้

ในยุคต้นรัตนโกสินทร์ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระภิกษุทุกรูปต้องเล่าเรียนและเข้าสอบบาลีสนามหลวง ภิกษุรูปใดสอบไล่ได้เป็นเปรียญตั้งแต่ 3 ประโยคแล้ว ถ้าได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ตั้งแต่ พระครูสมณศักดิ์ขึ้นไป เป็นอันหยุดไม่ต้องเข้าสอบบาลีสนามหลวงต่อไปก็ได้ แต่ถ้าสมัครใจจะเข้าแปลต่อก็ได้ ส่วนภิกษุที่ยังไม่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ก็ต้องสอบต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบเป็นเปรียญ 9 ประโยค

 

 

การเปลี่ยนรูปแบบสอบไล่บาลีมาเป็นข้อเขียน

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งมหามกุฎราชวิทยาลัยขึ้นในคณะสงฆ์ธรรมยุตินิกายสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งเวลานั้นทรงเป็นผู้ช่วยเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุติกนิกายได้ทรงกำหนดหลัก สูตรของมหามกุฎราชวิทยาลัยขึ้น โดยกำหนดให้ผู้เรียน เรียนทั้งหนังสือไทยและบาลีไวยากรณ์ โดยผู้เข้าเรียนในสำนักมหามกุฎราชวิทยาลัย นี้มีทั้งพระภิกษุ สามเณร และฆราวาส

จึงทำให้การสอบบาลีสนามหลวงในสมัยนั้นแบ่งออกเป็นสองสนาม คือ สนามที่สอบปากเปล่าแบบเก่า และสนามที่จัดสอบผู้เล่าเรียนตามหลักสูตรมหามกุฎราชวิทยาลัย ซึ่งใช้วิธีสอบแบบข้อเขียน และแบ่งการสอบเป็น 3 ชั้น เรียกว่า เปรียญตรี เทียบคุณวุฒิเสมอเปรียญ 4 แบบเก่า เปรียญโท เทียบคุณวุฒิเสมอเปรียญ 5 และเปรียญเอกเทียบคุณวุฒิเปรียญ 7

การสอบไล่ตามหลักสูตรมหามกุฎราชวิทยาลัย คงดำเนินมาจนถึงต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ปรับหลักสูตรการศึกษาบาลีสนามหลวงทั้งหมด โดยใช้หลักสูตรของมหามกุฎราชวิทยาลัยเป็นหลัก และเลิกการสอบเปรียญ ตรี โท เอก เปลี่ยนมาเป็นสอบบาลีตั้งแต่ประโยค 1 - 9 ดังในปัจจุบัน

 

 

 

 

การสอบสนามหลวงในปัจจุบัน

การสอบสนามหลวงในปัจจุบันนี้แบ่งเป็นสองประเภทคือการสอบบาลีสนามหลวง และสอบธรรมสนามหลวง

การสอบสนามหลวงแผนกบาลีในระดับชั้นเปรียญตรี (ป.ธ.1-2 ถึง 3) และระดับชั้นเปรียญโทเปรียญแรก (ป.ธ. 4) ในปัจจุบันนับว่ามีความสะดวกสบายกว่าแต่ก่อนมาก คือผู้สมัครสอบไม่ต้องเข้ามาสอบที่ส่วนกลางทั้งหมด แต่ให้มีสนามสอบประจำจังหวัด ๆ ละหนึ่งแห่งทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพฯ และปริมณฑลให้เป็นส่วนกลาง

 

 

 

 

การสอบบาลีสนามหลวงในปัจจุบัน
 

การสอบพระปริยัติธรรมแผนกบาลี หรือ การสอบบาลีสนามหลวง แบ่งการสอบออกเป็น 9 ประโยค

  • ประโยค 1-2 ถึงประโยค 3 เป็นเปรียญตรี (กระทรวงศึกษาธิการเทียบวุฒิให้เทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนต้น) 
  • ประโยค 4 ถึงประโยค 6 เป็นเปรียญโท (กระทรวงศึกษาธิการเทียบวุฒิให้เทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลาย)
  • ประโยค 7 ถึงประโยค 9 เป็นเปรียญเอก (กระทรวงศึกษาธิการเทียบวุฒิให้เทียบเท่าปริญญาตรี)

 

การจัดสอบวัดผลบาลีสนามหลวงในปัจจุบันนั้นแบ่งเป็นสองครั้ง ครั้งแรกคือชั้นประโยค 6 ถึงประโยค 9 และครั้งที่สองคือ ประโยค 1-2 ถึง ประโยค 5 โดยแต่ละครั้งจะจัดสอบพร้อมกันทั่วประเทศ ใช้ข้อสอบที่ออกโดยแม่กองบาลีสนามหลวง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ครั้งที่ 1 

 

 

ตรงกับวันขึ้น 2, 3 ค่ำ เดือน 3 จัดสอบเปรียญธรรม 6- 7 และวันขึ้น 4, 5, 6 ค่ำ เดือน 3 จัดสอบเปรียญธรรม 8-9

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ครั้งที่ 2 

 

 

ตรงกับวันแรม 10, 11 12 ค่ำ เดือน 3 จัดสอบประโยค 1-2 ถึงเปรียญธรรม 5 ประโยค

 

 

 

การสอบธรรมสนามหลวงในปัจจุบัน

การสอบพระปริยัติธรรมแผนกธรรม หรือ การสอบธรรมสนามหลวง แบ่งการสอบออกเป็น 2 ประเภท คือ การสอบ นักธรรม สำหรับพระภิกษุ สามเณร และการสอบ ธรรมศึกษา สำหรับฆราวาส
โดยแบ่งชั้นการศึกษาออกเป็น 3 ระดับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นักธรรมตรี, นักธรรมโท, นักธรรมเอก 

 

สำหรับพระภิกษุ สามเณร (ผู้สอบไล่ได้นักธรรมเอกนั้น กระทรวงศึกษาธิการเทียบวุฒิให้เทียบเท่าประถมศึกษาตอนปลาย)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ธรรมศึกษาตรี, ธรรมศึกษาโท, ธรรมศึกษาเอก 

 

สำหรับฆราวาส

 

 

การจัดสอบวัดผลธรรมสนามหลวงนั้นจัดให้มีการสอบปีละ 2 ครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ครั้งที่ 1 

 

ตรงกับวันขึ้น 9 - 12 ค่ำ เดือน 11 จัดสอบนักธรรมชั้นตรี สำหรับพระภิกษุ สามเณร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ครั้งที่ 2 

 

ตรงกับวันแรม 2 - 5 ค่ำ เดือน 12 จัดสอบนักธรรมชั้นโทและเอก สำหรับพระภิกษุ สามเณร

 

 

สำหรับธรรมศึกษานั้นจัดสอบวันเดียวคือวันแรม 5 ค่ำ เดือน 12
ในปีการศึกษา 2551 มียอดฆราวาสข้าสอบธรรมศึกษาในระดับชั้นตรี โท และเอก 1,833,874 คน
 
 
 
 
 

ที่มาจาก

   เนื้อหา  http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87

 

          รูปภาพ        http://www.dhammasiri.com/web4/5_pic_act.htm

 

โดย : brees
ระดับ : อนุบาลหมีน้อย
คะแนนสะสม : 5
เรียกดูบทความนี้ 31,904 ครั้ง
หมวด สังคมและวัฒนธรรม / ศาสนา

โหวตบทความ

แสดงความคิดเห็น
กรุณา Login ก่อน ถึงจะแสดงความคิดเห็นได้


กลุ่มระบบคอมพิวเตอร์ : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
319 ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทรศัพท์ 0-2628-5643-4 ต่อ 53 โทรสาร 0-2281-8218
ติดต่อผู้ดูแลระบบ :
  Designed & Develop By Piesoft Co., Ltd.